NARS Cosmetics Fall Collection 2010 Online Exclusive: Super Restorative Age-Defying Set - a $207 value for $132!

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Oriflame แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Oriflame แสดงบทความทั้งหมด

4 มีนาคม 2553

Workshop แต่งหน้าขั้นพื้นฐาน ฟรี!

แจ้งข่าว workshop แต่งหน้าขั้นพื้นฐาน กับเครื่องสำอาง Oriflame ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่รับจำนวนจำกัดนะคะ
ใน workshop ครั้งนี้จะได้เรียนรู้
- ศิลปการสร้างสรรความงามอย่างถูกวิธี ถูกขั้นตอน เพื่อความงามอย่างมีรสนิยม
- เลือกเฉดสีอย่างไรให้เหมาะสม เพื่อความหมายแห่งสีสรรที่จะสะกดสายตาผู้พบเห็น
- ตวัดเส้น เล่นสี อย่างไร ให้โดดเด่นโดนใจ จนหลงไหลเมื่อได้เห็น
สถานที่ : อาคารออริเฟลม (ชั้น 4) ถ.พัฒนาการ (สี่แยกคลองตัน) กรุงเทพฯ

สอบถามรายละเอียด รอบการอบรมและสำรองที่นั่งได้ที่ คุณณัฐ โทร. 086 3751546 , 086 3620845 (รับจำนวนจำกัด)

30 กันยายน 2552

Review : L’Occitane Shea Butter vs. Oriflame Tender Care

L'Occitane Shea Butter vs. Oriflame Tender Care

วันนี้มารีวิวแบบ battle เปรียบเทียบคุณสมบัติให้เห็นกันไปเลยค่ะ ระหว่าง L’Occitane Shea Butter และ Oriflame Tender Care ซึ่งทั้งสองตัวนี้เป็นไอเท็มขายดีของทั้งสองแบรนด์ ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นคล้ายๆกันคือ ประสิทธิภาพในการมอบความชุ่มชื่นให้กับผิว ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปาก จมูกเล็บ หรือส่วนอื่นๆที่แห้งกร้าน

เริ่มจากรูปลักษณ์ภายนอกกันก่อนค่ะ แพคเกจของ L’Occitane หน้าตาดูดี เป็นกระปุกสังกะสีแปะสติกเกอร์แนวเรโทรหน่อยๆ ตลับเล็กพกพาง่าย แต่ปัญหาที่พบบ่อยก็คือ ฝาตลับบางอันปิดไม่สนิท ทำให้เสี่ยงต่อการไหลเยิ้มเวลาพกพา เนื่องจากเป็น shea butter 100% ซึ่งละลายง่ายเมื่อโดนความร้อน ยิ่งบ้านเราร้อนๆแบบนี้ ถ้าตลับปิดไม่สนิทก็ลำบากเวลาพกพาใส่กระเป๋าเครื่องสำอางค่ะ ส่วนแพคเกจ Oriflame เป็นกระปุกพลาสติก มีฝาปิดเป็นเกลียว ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องปิดไม่สนิท แต่ส่วนผสมหลักของ Tender Care เป็นขี้ผึ้งและน้ำมันจากพืช ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องการละลายง่าย  ขนาดกระปุกก็เล็กๆสามารถพกพาได้สะดวกเช่นกัน แต่ดีไซน์อาจจะดูโบราณไปซักนิด และไม่สะดวกใช้งานสำหรับสาวๆที่เล็บยาว เพราะต้องใช้นิ้วล้วงเข้าไปในกระปุก อาจจะติดเข้าไปในซอกเล็บได้ง่ายๆค่ะ

ปริมาณและราคาเห็นความแตกต่างชัดเจน ขณะที่ L’Occitane 8 ml. มีราคาเป็น 2 เท่าของ Oriflame 15 ml.  ซึ่งไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ค่ะ เพราะเป็น shea butter 100% ซึ่งกว่าจะได้เนื้อ shea butter มาแบบนี้ ชาวแอฟริกาตะวันตกต้องรอให้ผลตกสู่พื้น (ไม่มีการเก็บจากต้นเด็กขาดค่ะ) นำมาตากแห้ง และบดให้เป็นเนื้อเนียน ก็คงต้องยอมให้ไปในค่าความพยายามค่ะ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจริงๆแล้วชาวแอฟริกันจะได้เงินไปเท่าไหร่ และผู้ผลิตจะได้เงินไปเท่าไหร่ –”-

ด้านประสิทธิภาพก็ยอดเยี่ยมด้วยกันทั้งคู่ค่ะ ทาปากที่แห้งแตกก็ช่วยให้กลับมาดูดีเหมือนเดิมได้ ทาจมูกเล็บที่แข็งๆหรือลอกเป็นขุยก็ช่วยได้เยอะเลย เราประสบปัญหาหนังรอบเล็บลอก เลือดออกซิบๆบ่อยๆเวลามือแห้งค่ะ ทาไม่กี่ครั้งมือก็กลับมาเป็นมือเหมือนเดิมแล้ว L’Occitane จะค่อนข้างมันกว่านิดนึง แต่กลิ่นดีค่ะ ออกแนวอโรมา ส่วน Oriflame ไม่มีกลิ่น

เป็นไอเท็มที่แนะนำให้สาวๆมีติดตัวไว้ค่ะ เพราะอเนกประสงค์จริงๆ ใช้แทน lip blam และ hand cream ได้เลย แถมยังใช้จัดแต่งทรงผมยามฉุกเฉินได้อีกต่างหาก สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว แม้แต่เด็กๆก็ใช้ได้โดยไม่ระคายเคืองค่ะ

Useful Link
ข้อมูลจากผู้ผลิต L’Occitane, Oriflame

Related Posts with Thumbnails

จองสปาราคาพิเศษที่สุโขสปา

Join My Community at MyBloglog!