NARS Cosmetics Fall Collection 2010 Online Exclusive: Super Restorative Age-Defying Set - a $207 value for $132!

30 กันยายน 2552

Review : L’Occitane Shea Butter vs. Oriflame Tender Care

L'Occitane Shea Butter vs. Oriflame Tender Care

วันนี้มารีวิวแบบ battle เปรียบเทียบคุณสมบัติให้เห็นกันไปเลยค่ะ ระหว่าง L’Occitane Shea Butter และ Oriflame Tender Care ซึ่งทั้งสองตัวนี้เป็นไอเท็มขายดีของทั้งสองแบรนด์ ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นคล้ายๆกันคือ ประสิทธิภาพในการมอบความชุ่มชื่นให้กับผิว ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปาก จมูกเล็บ หรือส่วนอื่นๆที่แห้งกร้าน

เริ่มจากรูปลักษณ์ภายนอกกันก่อนค่ะ แพคเกจของ L’Occitane หน้าตาดูดี เป็นกระปุกสังกะสีแปะสติกเกอร์แนวเรโทรหน่อยๆ ตลับเล็กพกพาง่าย แต่ปัญหาที่พบบ่อยก็คือ ฝาตลับบางอันปิดไม่สนิท ทำให้เสี่ยงต่อการไหลเยิ้มเวลาพกพา เนื่องจากเป็น shea butter 100% ซึ่งละลายง่ายเมื่อโดนความร้อน ยิ่งบ้านเราร้อนๆแบบนี้ ถ้าตลับปิดไม่สนิทก็ลำบากเวลาพกพาใส่กระเป๋าเครื่องสำอางค่ะ ส่วนแพคเกจ Oriflame เป็นกระปุกพลาสติก มีฝาปิดเป็นเกลียว ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องปิดไม่สนิท แต่ส่วนผสมหลักของ Tender Care เป็นขี้ผึ้งและน้ำมันจากพืช ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องการละลายง่าย  ขนาดกระปุกก็เล็กๆสามารถพกพาได้สะดวกเช่นกัน แต่ดีไซน์อาจจะดูโบราณไปซักนิด และไม่สะดวกใช้งานสำหรับสาวๆที่เล็บยาว เพราะต้องใช้นิ้วล้วงเข้าไปในกระปุก อาจจะติดเข้าไปในซอกเล็บได้ง่ายๆค่ะ

ปริมาณและราคาเห็นความแตกต่างชัดเจน ขณะที่ L’Occitane 8 ml. มีราคาเป็น 2 เท่าของ Oriflame 15 ml.  ซึ่งไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ค่ะ เพราะเป็น shea butter 100% ซึ่งกว่าจะได้เนื้อ shea butter มาแบบนี้ ชาวแอฟริกาตะวันตกต้องรอให้ผลตกสู่พื้น (ไม่มีการเก็บจากต้นเด็กขาดค่ะ) นำมาตากแห้ง และบดให้เป็นเนื้อเนียน ก็คงต้องยอมให้ไปในค่าความพยายามค่ะ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจริงๆแล้วชาวแอฟริกันจะได้เงินไปเท่าไหร่ และผู้ผลิตจะได้เงินไปเท่าไหร่ –”-

ด้านประสิทธิภาพก็ยอดเยี่ยมด้วยกันทั้งคู่ค่ะ ทาปากที่แห้งแตกก็ช่วยให้กลับมาดูดีเหมือนเดิมได้ ทาจมูกเล็บที่แข็งๆหรือลอกเป็นขุยก็ช่วยได้เยอะเลย เราประสบปัญหาหนังรอบเล็บลอก เลือดออกซิบๆบ่อยๆเวลามือแห้งค่ะ ทาไม่กี่ครั้งมือก็กลับมาเป็นมือเหมือนเดิมแล้ว L’Occitane จะค่อนข้างมันกว่านิดนึง แต่กลิ่นดีค่ะ ออกแนวอโรมา ส่วน Oriflame ไม่มีกลิ่น

เป็นไอเท็มที่แนะนำให้สาวๆมีติดตัวไว้ค่ะ เพราะอเนกประสงค์จริงๆ ใช้แทน lip blam และ hand cream ได้เลย แถมยังใช้จัดแต่งทรงผมยามฉุกเฉินได้อีกต่างหาก สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว แม้แต่เด็กๆก็ใช้ได้โดยไม่ระคายเคืองค่ะ

Useful Link
ข้อมูลจากผู้ผลิต L’Occitane, Oriflame

28 กันยายน 2552

อัพเดตโทนสีล่าสุดของเมคอัพประจำฤดูใบไม้ร่วง 2009

เทรนด์ของเมคอัพในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ แบ่งออกเป็น 3 ลุคด้วยกันค่ะ เริ่มจากแนวสดใสของสีม่วงและชมพู ซึ่งโดยปกติแล้วสีหวานๆแบบนี้มักจะอินในช่วงฤดูใบไม้ผลิ แต่แฟชั่นนั้นคาดเดาไม่ได้อยู่แล้วนิคะ สีม่วงและสีชมพูจึงถูกนำมาเป็นนางเอกของเทรนด์เมคอัพประจำฤดูกาลนี้ โดยได้ชื่อของลุคนี้ว่า a sense of romance

 Bobbi Brown Blush - Color: Desert Road Jill Stuart Fruit Lip Balm Tint Color 102 Peach Tint 

Bobbi Brown Blush Desert Rose 15, 0.13oz, 3.7g

Jill Stuart Fruit Lip Balm Tint Color 102 Peach Tint, 0.24oz, 7g

M.A.C Eye Shadow 6 (Limited Edition) Fresh Cut, 0.19oz, 5.3g


Earthy Colors
แนวสี earthtone ยังคงความอมตะและใช้ได้ตลอดกาลสำหรับฤดูกาลนี้และทุกๆฤดูกาลค่ะ ซึ่งช่วยสาวๆประหยัดและไม่ต้องวิ่งตามเทรนด์ให้เหนื่อยมากนัก สีเด่นๆประจำฤดูกาลนี้ ได้แก่ eye shadow สีน้ำตาลทอง ชอคโกแลต และเขียวมะกอก ซึ่งนอกจากจะอินในขณะนี้แล้ว ยังหยิบมาใช้ได้ทุกโอกาสแบบไม่ต้องกลัวพลาดด้วยค่ะ

Christian Dior Iridescent Eyeshadow –color: 559 Parisian Lights  Yves Saint Laurent Love Collection Multi-Usage Make-Up PaletteBenefit Brow Zings Medium 

Christian Dior 5-Colour Iridescent Eyeshadow 559 Parisian Lights, 0.21oz, 6g

Yves Saint Laurent Love Collection Multi-Usage Make-Up Palette 1box,

 Benefit Brow Zings Medium, 4.35g, 0.15oz

Blue Shades 
สีน้ำเงินสดๆมาแรงมากๆค่ะ โดยเฉพาะการแต่งแต้มเปลือกตาด้วย eyeshadow สีน้ำเงินนั้นได้รับความนิยมมากๆ รวมถึงการเพิ่มลูกเล่นเล็กๆน้อยๆอย่างการกรีดขอบตาด้วย eyeliner สีน้ำเงินสดใสอย่าง turquoise blue

Chanel Irreelle Duo Silky Eyeshadow Duo 73 River-Light Yves Saint Laurent Long Lasting Eye Pencil - No. 12 Blue Paradise Christian Dior 5 Color Eyeshadow - No. 130 Blue Croisette

Chanel Irreelle Duo Silky Eyeshadow Duo 73 River-Light, 0.07oz, 2g

Yves Saint Laurent Long Lasting Eye Pencil - No. 12 Blue Paradise 1.14g/0.04oz

Christian Dior 5 Color Eyeshadow - No. 130 Blue Croisette 6g/0.21oz

คราวหน้าจะหาแนวทางการแต่งหน้าโทนสีฟ้ามาฝากค่ะ ^^

22 กันยายน 2552

ผลิตภัณฑ์บิวตี้น่าใช้ล่าสุด

มาอัพเดตผลิตภัณฑ์บิวตี้ที่น่าใช้กันค่ะ ทั้งหมดจัดจำน่ายโดย
 

Betty Boop Magic Stick Heated Eyelash Curlerเริ่มจาก แบรนด์สาวเซ็กซี่ Betty Boop มีไลน์เครื่องสำอางกับเค้าด้วยนะคะ Betty Boop Magic Stick Heated Eyelash Curler 13g,เป็นเครื่องดัดขนตาไฟฟ้าที่ใช้ได้ง่ายดาย ความร้อนพอเหมาะ ไม่เป็นอันตรายต่อดวงตาและขนตา ออกแบบมาเป็นทรงปากกา ทำให้สามารถจับได้ถนัดมือ
Boop Magic Stick Heated Eyelash Curler  ใช้ถ่าน AAA แค่ก้อนเดียวค่ะ วิธีใช้ก็แค่ใส่ถ่านและเปิดเครื่อง รอประมาณ 15 วินาที เวลาดัดขนตาก็แค่ใช้แปรงยกขนตาขึ้นเหมือนกับเราปัดมาสคาร่า ทำหลายๆครั้งจนกว่าจะได้ขนตาที่งอนงามตามที่ปรารถนาค่ะ และเพื่อยืดอายุการใช้งานของเครื่อง ควรปิดเครื่องทันทีหลังจากที่ใช้เสร็จนะคะ

 ราคา 320 บาท

Jill Stuart Seductive Eyes 07 Mysterious Queen


Jill Stuart Seductive Eyes 07 Mysterious Queen, 0.15oz, 4.4g

สีสันใหม่ล่าสุดจาก Jill Stuart ทาได้เรียบเนียน พร้อมมอบประกายความแวววาวเย้ายวนใจ สามารถทาได้ทั้งสีเดี่ยวๆเพื่อลุคสดใส หรือเบลนด์ให้เกิดมิติเพื่อดวงตาเปล่งประกาย

ราคา 1,798 บาท

*คลิกเข้าสู่หน้าผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงแล้วค่ะ

 

 

DKNY Be Delicious Fresh Blossom Eau de Parfum กลิ่นหอมของ DKNY Be Delicious Fresh Blossom Eau de Parfum 1.7oz, 50ml ให้ความรู้สึกร่าเริงใจและอ่อนหวานด้วยส่วนผสมของผลไม้ที่มีรสหวานฉ่ำกับดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม
Top notes : เกรพฟรุต องุ่นดำ และแอพริคอต
Heart notes : Sheer Muguet กุหลาบ และมะลิ
Base notes : แอปเปิ้ลและ Blonde woods

ราคา 1,460 บาท

*คลิกเข้าสู่หน้าผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงแล้วค่ะ

 

 

My Beauty Diary Japanese Cherry Blossom Mask มาส์คซากุระ My Beauty Diary Japanese Cherry Blossom Mask (Unboxed) 10pcs, ให้ผิวขาวกระจ่างใส เรียบเนียน และคืนชีวิตชีวาให้ผิว เมื่อใช้เป็นประจำจะรู้สึกว่าผิวแลดูขาวขึ้น เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวหมองคล้ำและอ่อนล้า

จำหน่าย 10 ซอง ราคา 430 บาท

*คลิกเข้าสู่หน้าผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงแล้วค่ะ

Get FREE GIFTS with purchase at COSME-DE.COM!! Click to check it out what's more promotions offer!!

สามารถชำระได้ด้วยบัตรเครดิต หรือ paypal จัดส่งฟรีทั่วโลกค่ะ

21 กันยายน 2552

ยีสต์ป้องกันมะเร็งได้ 10 ชนิด

http://justrelax.bloggang.com/ มีเรื่องดีๆมาฝากสาวๆที่รักสุขภาพค่ะ คงไม่ปฏิเสธนะคะว่ามะเร็งเป็นโรคร้ายที่น่ากลัวที่สุดสำหรับมนุษย์ และยิ่งการใช้ชีวิตของเราในโลกปัจจุบัน ก็มีส่วนส่งเสริมให้มีโอกาสเสี่ยงในการเป็นมะเร็งมากขึ้นเรื่อยๆ หลายๆคนก็พยายามหาวิธีหลีกเลี่ยงหรือป้องกันตนเองจากโรคมะเร็ง ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารจำพวกผัก ผลไม้ ซึ่งมี Anti-oxidant หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่สมควรทำเป็นอย่างยิ่งค่ะ

เรื่องที่น่ายินดีล่าสุดเกี่ยวกับอาหารต้านมะเร็ง ก็คือ การวิจัยของ นายประมวล  ทรายทอง  นักวิจัยจากฝ่ายชีววิทยาประยุกต์  สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร  ม.เกษตรศาสตร์  ที่ค้นพบว่า ยีสต์สามารถป้องกันมะเร็งได้ถึง 10 ชนิด และช่วยป้องกันโรคเบาหวานได้ด้วย

ยีสต์เป็นจุลินทรีย์ชนิดหนึ่งที่มีปริมาณโปรตีนภายในเซลส์สูงถึง 50% ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนที่สมบูรณ์แบบ  เหมาะที่จะใช้สำหรับเป็นอาหารเสริมโปรตีน  มีกรดอะมิโนแอซิดเกือบทุกชนิดในปริมาณที่สมดุล  มีวิตามินบีทุกชนิด  มีโครเมียมซึ่งเป็นตัวประกอบสำคัญของสารอาหารที่เพิ่งค้นพบใหม่  ช่วยให้พลังงานในร่างกายคงที่อยู่เสมอ  ลดอาการเป็นลมหน้ามืด  ช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดได้  ลดไขมันอุดตันในเส้นเลือด  และจากรายงานทางการวิจัยพบว่าในยีสต์มีธาตุซีเลเนียม  ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันมะเร็งได้ถึง  10  ชนิด  อาทิ  มะเร็งเต้านม  ปอด  และลำไส้ใหญ่  เป็นต้น

นอกจากนี้  ในยีสต์ยังมีธาตุเหล็ก  แคลเซียม  โปรแตสเซียม  ซึ่งปัจจุบันมีการใช้ยีสต์ผลิตคาโรทีนอยส์  และ  เบตา-คาโรทีนอยด์  ที่เป็นรงควัตถุสำคัญ  เนื่องจากมนุษย์และสัตว์ไม่สามารถสร้างได้เองต้องรับมาจากภายนอกเท่านั้น  ซึ่งมีประโยชน์ในการต่อต้านมะเร็งหลายชนิดและโรคอื่นๆ  เนื่องจากเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนซ์  และสารสำหรับสร้างวิตามินเอ 

และเมื่อเปรียบเทียบยีสต์กับเนยถั่ว  ก็พบว่ายีสต์  1  ช้อนโต๊ะ  มีไขมันเพียง  1  ใน  8  ของไขมันในเนยถั่ว  ดังนั้น  หากจะรับประทานเป็นอาหารเสริมสุขภาพ    แนะนำให้รับประทานยีสต์ผงซึ่งสามารถโรยบนอาหารอะไรก็ได้  หรือจะคลุกกับเนื้อทอดก็อร่อยเช่นกัน

ข้อมูล : http://www.thaipost.net

18 กันยายน 2552

Review: Skinfood Lettuce & Cucumber Water Jelly Essence

Lettuce & Cucumber Water Jelly Essence

สำหรับสาวๆที่ประสบปัญหาหน้ามัน ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Skinfood Lettuce & Cucumber เป็นทางเลือกที่ดีค่ะ ด้วยคุณสมบัติที่เป็นเนื้อเจล สามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว และไม่ทำให้หน้ามัน จึงสามารถใช้บำรุงได้มากเท่าที่ต้องการ สำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้จะช่วยให้ผิวขาวขึ้นและช่วยรักษาสิวด้วยคุณค่าของสารสกัดจากแตงกวาและผักกาด ที่อุดมด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ 95% และวิตามินเอ

Skinfood Lettuce & Cucumber Water Jelly Essence เป็นเอสเซนส์ที่ใช้สำหรับบำรุงผิวในตอนกลางคืน เนื้อเจลค่อนข้างเหลวจึงซึมเข้าสู่ผิวได้ง่ายมาก ไม่ต้องใช้เวลาทานานเหมือนกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวประเภ ทครีม หลังจากทารู้สึกว่าผิวหน้าเย็นสบาย และชุ่มชื่นขึ้นมาก ตัวนี้ไม่ทำให้หน้ามันเลยนะคะ แม้ว่าเราจะมีผิวผสม แต่ก็ใช้เอสเซนส์ตัวนี้ทั้งกลางวันและกลางคืน ตอนกลางวันหน้าก็ไม่มันค่ะ

เนื่องจากขนาดบรรจุเพียง 45 มล. ซึ่งดูแล้วก็ไม่ต่างจากครีมบำรุงที่ขนาดปกติคือ 50 มล. แต่เอสเซนส์ตัวนี้จะใช้เปลืองกว่ามาก เพราะเนื้อเจลค่อนข้างเหลวนั่นเอง แต่เป็นขวดหัวปั๊มที่ใช้สะดวกและขนาดของขวดก็พอดีมือ

ผลจากการใช้เอสเซนส์ตัวนี้มาได้เกินครึ่งขวด ผิวหน้าขาวใสขึ้นจนคนทักค่ะ แต่ไม่ได้ผลกับจุดด่างดำที่มีอยู่ สรุปคือ ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้นได้โดยไม่ทำให้หน้ามัน และผิวขาวกระจ่างใสขึ้น ซึ่งเราใช้ควบคู่กับ Skinfood Lettuce & Cucumber Toner ค่ะ ผลจากการใช้น่าจะมาจากประสิทธิภาพของ 2 ขวดนี้รวมกัน

สำหรับสิ่งไม่ค่อยชอบสำหรับเอสเซนส์ ตัวนี้ก็คือ เกล็ดระยิบระยับที่ใส่มาในเนื้อเจล ถึงแม้ว่าพอทาแล้วจะไม่ค่อยเห็นประกายเหล่านี้บนใบหน้า เพราะว่าเกล็ดละเอียดมากๆ แต่จริงๆแล้วก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องใส่เข้ามา (ยกเว้นว่าเป็นนวัตกรรมอะไรที่เราไม่รู้มาก่อนนะคะ)

คะแนน: 4/5  ช่วยให้ความชุ่มชื่นได้ดี ผิวกระจ่างใสและหน้าไม่มัน แต่เกล็ดประกายไม่น่าจะใส่เข้ามาค่ะ

15 กันยายน 2552

สาวนักช้อปฟังทางนี้…ประหยัดได้ด้วยทิปดีๆเกี่ยวกับเครื่องสำอาง

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อค่ะ ว่าสาวๆจะสามารถประหยัดเงินได้จากเครื่องสำอาง???  หัวใจของเรื่องนี้อยู่ที่ วิธีการใช้และการเก็บรักษาเพื่อให้มีอายุใช้งานได้ตามที่ควรจะเป็นนั่นเอง ซึ่งทุกวันนี้เรามักจะประสบปัญหาเครื่องสำอางเสื่อมคุณภาพเร็ว  ทำให้ใช้ได้ไม่คุ้มเงินที่ต้องจ่ายไป และต้องเสียเงินซื้อชิ้นใหม่มาใช้แทน วิธีการง่ายๆที่จะนำเสนอต่อไปนี้ นอกจากสาวๆจะไม่ต้องเสี่ยงกับการใช้เครื่องสำอางที่เสื่อมสภาพแล้ว ยังมีเงินเหลือไว้เก็บออมเพิ่มขึ้นด้วยนะคะ

ไม่ใช้ร่วมหรือแบ่งใช้

เชื่อแน่ว่าสาวๆส่วนใหญ่คงจะไม่ใช่เครื่องสำอางร่วมกับผู้อื่นแน่ๆ ตามหลักของสุขอนามัยที่ดีที่เรียนมาตั้งแต่เด็กๆ แต่มีบ้างมั๊ยคะที่เราไปลองแต่งหน้า หรือทดสอบผลิตภัณฑ์ตามเคาน์เตอร์เครื่องสำอาง? นั่นก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะรับเชื้อค่ะ ซึ่งหากติดเชื้อแล้วจะทำให้เกิดการระคายเคือง ผิวหนังอักเสบ และอาจลุกลามมากขึ้น ที่พบบ่อยได้แก่ การติดเชื้อบริเวณริมฝีปากและผิวหนังรอบปาก ซึ่งเกิดจากการใช้ลิปสติก ส่วนมาสคาร่าก็เป็นสาเหตุของโรคเยื่อตาขาวอักเสบ ตาแดง หรือไรเกาะขนตา ซึ่งร้ายแรงที่สุดค่ะ ตัวอย่างมีให้เห็นอยู่บ่อยๆนะคะ เช่น กรณีที่ดารามักจะติดเชื้อจากการแต่งหน้าตามกองถ่าย

ดังนั้นหากต้องการทดลองใช้เครื่องสำอาง ควรเลือกแบบที่ใช้ได้แค่ครั้งเดียว หรือตรวจสอบดูก่อนว่าแปรงและอุปกรณ์ที่ใช้นั้นมีการทำความสะอาดก่อนที่จะนำมาใช้กับผิวหน้าเราหรือไม่ เพราะหากติดเชื้อขึ้นมาคงจะไม่คุ้มแน่ๆใช่มั๊ยคะ

ทิ้งเครื่องสำอางเก่าไม่ใช้แล้ว

เครื่องสำอางทุกประเภทมีอายุการใช้งานนับจากวันที่เปิดใช้ แต่วิธีการง่ายๆในการสังเกตว่าผลิตภัณฑ์ยังสามารถใช้ได้อยู่หรือไม่ ก็คือ การสังเกตลักษณะของเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็นกลิ่น สี เนื้อสัมผัส หากแตกต่างไปจากที่เคยใช้ หรือมีลักษณะไม่น่าไว้วางใจ ก็อย่าเสี่ยงนำมาใช้เพราะความเสียดายเลยค่ะ

การยืดอายุเครื่องสำอางให้ใช้ได้นานๆนั้น จะต้องเก็บในที่เย็น ไม่ชื้น และผิดฝาให้สนิททุกครั้งหลังจากที่ใช้ สาวๆที่ชอบเก็บเครื่องสำอางไว้ในรถยนต์ ขอบอกว่า…อันตรายมาก เพราะความร้อนจะทำให้เครื่องสำอางเสื่อมสภาพได้เร็วสุดๆค่ะ

girlsustainable.com หมั่นเปลี่ยนอุปกรณ์

เมื่ออุปกรณ์สัมผัสกับใบหน้าหรือผิวหนัง เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วก็จะหลุดติดออกมา ซึ่งเป็นอาหารที่ดีของแบคทีเรีย ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงในการปนเปื้อนของเชื้อโรคสู่ผลิตภัณฑ์ สาวๆควรหันมาใช้อุปกรณ์อย่างเช่น ก้านสำลี แปรง หรือฟองน้ำ แทนการใช้นิ้วมือ และควรจะทำความสะอาดอุปกรณ์เหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ สำหรับฟองน้ำที่ใช้กับแป้งพัฟควรทำความสะอาดอาทิตย์ละครั้ง แปรงแต่งหน้าเดือนละครั้ง โดยใช้สบู่หรือแชมพูเด็กในการทำความสะอาด (เราใช้แชมพูเด็กจอห์นสันทำความสะอาดค่ะ ใช้ได้ดีเลยแหละ) ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้แล้วทิ้ง ก็ควรใช้เพียงแค่ครั้งเดียวนะคะ อย่านำกลับมาใช้ใหม่

 

ไม่ใช้น้ำหรือน้ำลายกับอุปกรณ์

การใช้น้ำหรือน้ำลายทำให้สีเมคอัพเข้มและติดทนทานขึ้น ไม่ใช่วิธีการที่ดีค่ะ เพราะน้ำเป็นตัวเร่งให้เครื่องสำอางเสื่อมคุณภาพเร็วขึ้น ส่วนน้ำลายก็เต็มไปด้วยแบคทีเรียในปาก ซึ่งเป็นอันตรายต่อดวงตานะคะ อาจทำให้ติดเชื้อและอักเสบได้

ปิดฝาให้แน่น

เนื่องจากในอากาศมีเชื้อแบคทีเรียอยู่มากมาย การที่เราปิดฝาเครื่องสำอางไม่แน่น หรือเปิดฝาทิ้งไว้ ก็ทำให้โอกาสที่แบคทีเรียจะเข้าไปเจริญเติบโตมีสูง และทำให้เครื่องสำอางนั้นหมดอายุเร็วขึ้น แม้ว่าจะมีการผสมสารกันเสียก็ตาม

เหตุที่เครื่องสำอางกลายเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรียก็เป็นเพราะส่วนผสมในเครื่องสำอางส่วนใหญ่จะสกัดมาจากพืชนั่นเอง แต่สำหรับเครื่องสำอาง MMU หรือ Mineral Make Up ซึ่งทำมาจากแร่ธาตุธรรมชาติ ไม่ใช่อาหารของแบคทีเรีย จึงไม่จำเป็นต้องเติมสารกันเสียลงไปในเครื่องสำอางประเภทนี้ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกสำหรับสาวๆค่ะ

cleangreenwinnipeg.comระวังเมื่อผิวแพ้ง่ายเป็นพิเศษ

สาวๆที่ผิวแพ้ง่าย และใช้เครื่องสำอางที่ไม่ได้ผสมสารเคมีหลายชนิด รวมไปถึงสารกันเสีย ดูเหมือนจะเป็นเรื่องดีใช่มั๊ยคะ แต่นั่นหมายความว่า ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ย่อมมีอายุสั้นกว่าผลิตภัณฑ์อื่นๆ ดังนั้นสาวๆต้องคอยสังเกตลักษณะของเครื่องสำอางที่ใช้ ว่าเปลี่ยนไปหรือไม่ หรือจดบันทึกวันที่ที่เริ่มใช้เครื่องสำอางนั้นๆค่ะ

ชำระล้างผิวให้สะอาดที่สุดก่อนนอน

อย่านอนทั้งๆที่มีเมคอัพเต็มหน้านะคะ ไม่ว่าจะดึกดื่นหรือเหนื่อยล้าสักเพียงใด ก็ต้องฮึดลุกขึ้นมาทำความสะอาดผิวหน้าและร่างกายให้สะอาดที่สุดก่อนจะนอน เพราะผิวจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และไม่เกิดปัญหาผิวหนัง อย่างเช่น สิวอุดตัน ตามมาทีหลังค่ะ

…เรียบเรียงจาก  "8 วิธีช่วยสาวมั่นใจผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสะอาดใช้ได้ดี" เคธี คอนนอลลี่ คอมลัมนิสต์ นิวส์วีค นิตยสารชั้นนำของสหรัฐ

11 กันยายน 2552

Review: Clinique 7 day Scrub Cream

ภาพจาก www.aster.com.hkClinique 7 day Scrub Cream Rinse-off Formula สครับทำความสะอาดผิวหน้าจาก Clinique ซึ่งแน่นอนว่าปราศจากน้ำหอมและใช้ได้กับทุกสภาพผิว มาในรูปแบบของบรรจุภัณฑ์แบบหลอด ใช้งานง่ายและสามารถพกพาเวลาเดินทางได้สะดวก เนื้อครีมข้นสีขาวอุดมไปด้วยเม็ดสครับที่เหมือนกับเม็ดทรายละเอียดๆ ทำให้ขณะสครับผิวรู้สึกว่าช่วยผลัดเซลล์ผิวและทำความ สะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก สิวเสี้ยนตามจมูกและข้างแก้มลดลงหลังจากใช้อย่างต่อเนื่อง ผิวหน้าก็เรียบเนียนขึ้นด้วย

สครับตัวนี้จะใช้หลังจากที่ล้างเครื่องสำอางออกแล้ว และหลังจากสครับเสร็จก็ต้องล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า

ด้วยคุณสมบัติที่อ่อนโยนปลอดภัยกับผิว สาวๆที่ผิวแข็งแรงจึงสามารถใช้ได้ทุกวัน โดยเริ่มจากการสครับอาทิตย์ละครั้ง และค่อยๆเพิ่มความถี่ขึ้นเรื่อยๆเพื่อให้ผิวได้ปรับสภาพอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วนสาวๆที่มีปัญหาสิวไม่แนะนำให้ใช้บ่อยค่ะ เพราะการสครับหน้าบ่อยๆจะทำให้ผิวถูกรบกวน ปัญหาสิวอาจลุกลามมากขึ้นได้ เวลาใช้ก็ควรหลีกเลี่ยงการสครับบริเวณที่เป็นสิวและน วดอย่างเบามือด้วยนะคะ

ปกติแล้วเราจะใช้สครับตัวนี้ในวันที่ใช้รองพื้น เพราะกลัวรองพื้นจะตกค้างและเกิดสิวอุดตันตามมา แค่ล้างด้วยออยล์ล้างเครื่องสำอางอย่างเดียวคิดว่าไม่สะอาดพอ ก็เลยต้องอาศัย 7 day scrub cream เข้าช่วยทำความสะอาดอีกขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งทำให้ผิวสะอาดขึ้นมากและไม่มีปัญหาเรื่องสิวอุดตัน แต่ผิวหน้าจะค่อนข้างแห้งหลังจากสครับเสร็จ นอกจากจะสครับผิวหน้าแล้ว เราใช้สครับริมฝีปากไปพร้อมๆกันด้วย ช่วยทำให้ปากที่แห้งเป็นขุยเรียบขึ้นค่ะ

Useful Link
ข้อมูลผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิต

9 กันยายน 2552

Review : มาส์ค 4 สูตรจาก Skinfood

skinfoodmask

ก่อนอื่นขอแจ้งชื่อเสียงเรียงนามของมาส์คแต่ละกระปุกตามลำดับหมายเลขนะคะ
(1) Rice Mask Wash off : มาส์คข้าวช่วยให้ผิวเปล่งประกายและเนียนนุ่ม
(2) Herb Greentea Pack : มาส์คชาเขียว ช่วยลดความมันส่วนเกินบนใบหน้า
(3) Black Sugar Mask Wash off : มาส์คน้ำตาล ให้ความชุ่มชื่นและฟื้นฟูผิว
(4) Lemon Pack : มาส์คมะนาว ช่วยผลัดเซลล์ผิว และให้ใบหน้าขาวใส

  • สภาพผิวของเรา : ผิวผสม หน้าจะมันบริเวณยูโซน พออากาศร้อนหน้ามันมาก แต่อากาศหนาวหน้าก็แห้งมากซะงั้น (แปลกๆค่ะ) รูขุมขนบริเวณข้างจมูกกว้าง และจะดูกว้างมากขึ้นเมื่อหน้ามัน –“-  มีจุดด่างดำเล็กน้อยจากสิวที่มาเยือนประปรายตามช่วงเวลาที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ริ้วรอยมีบริเวณใต้ตาเล็กน้อยแค่เส้นบางๆค่ะ พยายามไม่ให้มันลุกลามมากไปกว่านี้นะ

(1) Rice Mask Wash off
ตัวนี้เป็นมาส์คที่มีเม็ดสครับอยู่ด้วย ตามฉลากบอกว่าให้ขัดทั่วใบหน้าและล้างออกด้วยน้ำอุ่น ไม่ต้องพอกทิ้งไว้ เวลาเราใช้ก็ไม่ได้พอกทิ้งไว้นะคะ เพราะขัดแค่ไม่นานมันก็เริ่มเหนียวติดหน้าแล้ว เนื้อครีมจะข้นๆคล้ายกาว แต่ก็ไม่ถึงขั้นเหนียวหนึบ สามารถล้างออกด้วยน้ำเปล่าได้ง่ายๆ สครับเม็ดกลมๆค่อนข้างนุ่มและไม่ระคายผิว (ไม่แน่ใจนะคะว่าเป็นเม็ดพลาสติกรึเปล่า แต่ก็ไม่น่าจะใช่ผงข้าว) กลิ่นจะออกไปแนวๆขนมค่ะ ไม่ใช่กลิ่นข้าวตามธรรมชาติ  หลังจากล้างหน้าแล้ว รู้สึกได้เลยว่าผิวนุ่มขึ้น ขาวใสขึ้น หน้าชุ่มชื่นดีด้วยค่ะ  (รู้สึกตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ใช้เลยนะ) 

ถ้าเทียบกับสครับข้าวของ L’Occitane ซึ่งเราใช้แล้วปลื้มมาก… คุณสมบัติที่ช่วยให้หน้านุ่มและขาวใส ได้คะแนนไปเท่ากันค่ะ ลอคซิทานได้คะแนนเยอะกว่าตรงที่เม็ดสครับเป็นผงข้าวจริงๆ และมีกลิ่นข้าวตามธรรมชาติ เรื่องราคาและแพคเกจ สกินฟูดชนะเลิศค่ะ เพราะกระปุกพลาสติกแบบนี้รักษาผลิตภัณฑ์ได้ดีกว่าลอคซิทานที่เป็นกระปุกกระดาษซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ติดกันเป็นก้อนเมื่อโดนความชื้น

คะแนน : 4/5  หักเรื่องเม็ดสครับค่ะ อยากให้เป็นผงข้าวจริงๆมากกว่า

(2) Herb Greentea Pack
มาส์คชาเขียวที่มีเม็ดสมุนไพรอยู่ในเนื้อมาส์ค กลิ่นจะแปลกๆค่ะ ไม่ได้เป็นกลิ่นชาเขียว แต่เราว่าเหมือนกับบ๊วยเค็ม ^^ เนื้อครีมเข้มข้นมากๆ เหมือนเอาสมุนไพรมาบดจนละเอียด เม็ดสครับจะหยาบนิดนึง ต้องค่อยๆขัดเบาๆ แล้วก็พอกทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที จะรู้สึกเย็นๆที่ผิวหน้า พอล้างออกแล้วรู้สึกว่าหน้าสะอาดขึ้น เย็นสบายผิวดีค่ะ …แต่… ตื่นเช้ามาสิวขึ้นที่หน้าผากหลายเม็ด คิดว่าคงจะแพ้มาส์คตัวนี้แน่ๆค่ะ ก็เลยใช้ไปแค่ครั้งเดียว

คะแนน : 2/5  คะแนนที่ได้คือ การทำความสะอาดและความสดชื่นเย็นสบายผิวที่ได้หลังจากมาส์คเสร็จค่ะ

(3) Black Sugar Mask Wash off
เราใช้ตัวอย่างทดลองที่เป็นซองค่ะ ใช้ได้ประมาณ 3 ครั้ง เนื้อมาส์คเหนียวมาก แต่ก็ทำให้ใช้ไม่เปลือง เกล็ดน้ำตาลที่ผสมอยู่เม็ดใหญ่และหยาบสุดๆ ต้องขัดอย่างเบามือจริงๆค่ะ เราขัดไปเรื่อยๆจนกระทั่งเม็ดน้ำตาลละลายหมด ซึ่งใช้เวลาพอสมควร แล้วก็ล้างออกเลย โอ้โห…สะอาดมากๆ หน้าเรียบเนียนขึ้น และชุ่มชื่นดีค่ะ คาดว่าเป็นเพราะน้ำตาลคงจะซึมเข้าไปในผิวนั่นเอง เพราะสครับหลายๆสูตรก็ใช้น้ำตาลขัดผิวเพื่อให้ความชุ่มชื่น แต่คงจะชุ่มชื่นเกินไปสำหรับผิวเรา เพราะหน้ามันเร็วมากค่ะ

ตัวนี้กลิ่นออกแนวบ๊วยเค็มอีกแล้ว แต่กลิ่นไม่แรงเท่าสมาส์คชาเขียว เปิดซองมาตอนแรกได้กลิ่นแบบนี้ก็หวั่นๆอยู่ค่ะ กลัวจะซ้ำรอยมาส์คชาเขียว >< แต่สรุปก็คือ ไม่แพ้ค่ะ

คะแนน : 4/5  หักตรงที่เม็ดสครับหยาบกว่าสครับขัดตัวอีกค่ะ

ถ้าไม่ติดที่ทำให้หน้ามันเร็ว เราว่าเวิร์คค่ะ เพราะทำความสะอาดหน้าได้ดีและผิวเรียบเนียนขึ้นด้วย ลื่นปรื๊ดๆเลย ^^ สูตรนี้น่าจะเหมาะกับสาวผิวแห้งค่ะ

(4) Lemon Pack
ภูมิใจนำเสนอมากๆค่ะ เพราะสูตรนี้ใช่เลยสำหรับเรา เนื้อเจลใสและไม่เหนียวเหนอะหนะ ใช้ง่ายมากๆ แค่ทาแล้วขัดวนๆทั่วใบหน้าสักครู่ ทิ้งไว้ 5 นาที ล้างออกก็ง่าย ใช้ครั้งแรกอาจจะไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่ นอกจากเห็นว่าหน้าใสขึ้นนิดนึง แต่พอใช้ติดต่อกันไปเรื่อยๆ หน้ามันน้อยลงค่ะ (เราใช้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง สลับกับมาส์คข้าวอาทิตย์ละครั้ง) กลิ่นตัวนี้จะเหมือนซันไลท์เลยค่ะ 555  คงเพราะว่าเป็นมะนาวนั่นเอง

กระปุกแรกเกือบหมดแล้ว มีต่อกระปุกสองแน่ๆค่ะ

คะแนน : 5/5 ไม่รู้จะหักตรงไหนค่ะ เพราะแค่ไม่เหนียวหนึบ ล้างออกง่าย และหน้ามันน้อยลง ก็เทใจให้หมดแล้ว

มาส์คทั้ง 4 สูตรมีสรรพคุณตามที่เขียนไว้ในฉลากเป๊ะๆค่ะ ไม่ขาดไม่เกิน สำหรับเรื่องริ้วรอยหรือจุดด่างดำที่บางคนใช้แล้วพบว่าดีขึ้น สำหรับเราไม่เห็นผลใดๆค่ะ เรื่องความสะดวกในการใช้ยกนิ้วให้เลยค่ะ ใช้ง่ายมากๆ แต่เรื่องกลิ่นอยากจะให้ปรับปรุงค่ะ ไอเท็มอีกหลายตัวของสกินฟูดที่เรารู้สึกว่าใส่น้ำหอมมากไป หรือแต่งกลิ่นที่ไม่ค่อยธรรมชาติ ถ้าปรับปรุงอีกนิดจะน่าใช้ขึ้นมากกว่านี้อีกค่ะ

  • ว่ากันด้วยความแตกต่างของ Wash off และ Pack
    จะเห็นว่ามาส์คของสกินฟูดมี 2 แบบ คือ Wash off และ Pack ซึ่งตามความเข้าใจของเรา หลังจากที่ดูฉลากทั้งสองแบบ มาส์คแบบ Wash off จะเป็นแบบขัดผิวหน้าและล้างออกได้เลยโดยไม่ต้องพอกทิ้งไว้ ส่วนมาส์คแบบ Pack ต้องพอกทิ้งไว้ 3-5 นาที หลังจากที่ทามาส์คและขัดเบาๆทั่วใบหน้า

4 กันยายน 2552

พิชิตปัญหาผิวด้วยผลิตภัณฑ์ยอดฮิตแห่งปี

อัพเดตผลิตภัณฑ์สุดฮิตในขณะนี้ ใครก็พากันพูดถึงผลิตภัณฑ์ของ Good Skin Labs ซึ่งรีวิวผลการใช้ออกมาได้น่าประทับใจตรงที่เห็นชัดเลยว่าริ้วรอยลดเลือน หลายเสียงบอกว่าคุณภาพคุ้มค่ากับราคาจริงๆ

Citra-Peel by Good Skin

Citra-Peel TM Exfoliating Peel Pads
อันนี้ละที่เริ่ดสุดๆในตอนนี้ สำลีแผ่นขัดลอกผิวหน้าแบบ 2 ขั้นตอนแผ่นสครับผิวหน้าจะทำงาน 2 ช่วง โดยใช้แผ่นสำลีขั้นตอนแรกเช็ดให้ทั่วใบหน้า ยกเว้นรอบดวงตาทิ้งไว้ราว 5 นาที จากนั้นใช้แผ่นสำลีขั้นตอนที่ 2 เช็ดทั่วหน้าอีกครั้ง ทิ้งให้แห้ง จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็น เพื่อเผยผิวที่ผลัดใหม่และปรับสภาพผิวหน้าให้ดูเรียบเนียน สีผิวเนียนสม่ำเสมอ รูขุมขนดูเล็กลง รอยคล้ำ และจุดด่างดำดูจางลงด้วย

ราคา 2,200 บาท  1,482 บาท

Add to Cart

 

 แนะนำสำหรับผู้มีปัญหาสิว รูขุมขนกว้าง ผิวหมองคล้ำ

 

 

Smooth 365 by Good Skin Labs

Smooth-365 Intensive Clarity+ Smoothing Peptide Serum
ซุปเปอร์เซรั่มเนื้อซิลิโคนจะส่งตรงเปปไทด์ประสิทธิภาพสูง ดูดซึมและคลุมผิวดุจกำมะหยี่นุ่มละมุน ทำงานประสานให้ผิวแลดูเรียบเนียน ทั้งในเรื่อง “พื้นผิว” และ “ความสม่ำเสมอของสีผิว” มอบผิวเรียบเนียนขึ้น สดใสขึ้น และริ้วรอยต่างๆ ดูลดเลือน ผิวจึงดูดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว พร้อมมอบผิวรู้สึกกระชับในระยะยาวด้วย เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องจึงหมดห่วงเรื่องความร่วงโรยก่อนวัย ผิวสวยอ่อนวัยให้คุณใช้ได้ตลอด 365

ราคา 2,300 บาท  1,482 บาท

Add to Cart

 

 
แนะนำสำหรับผู้มีปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวไม่เรียบเนียน และริ้วรอยแห่งวัย

 

triaktiline

Tri-Aktiline Instant Deep Wrinkle Filler
ช่วยให้ผิวดูกระชับขึ้นเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง โดยใช้เฉพาะกับริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงออกบนใบหน้า ซึ่งได้แก่ "ริ้วรอยที่เกิดจากการทำหน้านิ่วคิ้วขมวด" ซึ่งเกิดที่หน้าผากและระหว่างคิ้ว “ริ้วรอยที่เกิดจากการหัวเราะ" ที่อยู่รอบบริเวณดวงตา และ "ริ้วรอยที่เกิดจากการยิ้ม" ที่อยู่ระหว่างบริเวณจมูกกับปาก ไตร-แอคทิลีนไม่เพียงแต่ทำให้ริ้วรอยต่างๆ แลดูตื้นขึ้นทันทีเท่านั้น แต่ยังทำให้รอยเหี่ยวย่นที่มองเห็นลดลงได้ หลังการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง หลังใช้ 8 สัปดาห์ริ้วรอยจะแลดูลดลงถึงครึ่งหนึ่ง

ราคา 2,000 บาท  1,681 บาท

Add to Cart

 

แนะนำสำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยแห่งวัย ริ้วรอยร่องลึกจากการแสดงอารมณ์ของใบหน้า

3 กันยายน 2552

Review : FANCL Facial Washing Powder

ผงแป้งล้างหน้าที่ล้างได้สะอาดและสนุกสนานสุดๆ นั่นเพราะต้องทำฟองครีมอันหนานุ่มด้วยฟองน้ำก้อนกลมๆ ที่แถมมาให้ก่อนเริ่มล้างหน้า ยิ่งบีบไปเรื่อยๆฟองก็จะยิ่งหนานุ่มและละเอียดมากขึ้นเท่านั้น แต่สำหรับช่วงเวลาเช้าๆและสาวๆที่ใจร้อนอาจจะรู้สึกว่าเสียเวลา คุณสมบัติของเจ้าฟองครีมหนานุ่มสุดๆนี้ จะช่วยให้มือเราไม่ต้องสัมผัสกับหน้ามากเท่ากับโฟมล้างหน้าอื่นๆ ล้างออกง่าย ไม่ทิ้งคราบลื่นๆไว้บนผิวด้วย จึงรู้สึกสบายผิว แต่ก็มีบ้างที่รู้สึกว่าหน้าแห้งๆไปหน่อย

และเนื่องจากว่าเป็นผงล้างหน้าที่ต้องเทออกมาใช้ ทำให้ไม่สามารถควบคุมปริมาณการเทได้เท่ากันทุกครั้ง มีหกออกนอกฟองน้ำไปบ้าง หากเทมากไปฟองครีมที่ทำได้ก็จะเยอะเกินความต้องการ ส่วนที่มีติดฟองน้ำแล้วต้องล้างทิ้งไปก็เกือบครึ่งนึ งได้ และตามคอนเซ็ปของ FANCL ที่ไม่ผสมสารกันบูด อายุมันก็เลยสั้น ต้องรีบใช้ภายในเวลากำหนด คือ ภายใน 3 เดือน และต้องรักษาความสะอาดของฟองน้ำทำฟองครีมเพิ่มขึ้น วางไว้ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อป้องกันเชื้อรา

ผงแป้งล้างหน้าของ FANCL ทำออกมาด้วยกัน 2 สูตร คือ สูตรธรรมดาและสูตร light ซึ่งในไทยเรียกว่า สูตรสดชื่น ล้างแล้วจะสดชื่นเย็นสบายผิวกว่าสูตรธรรมดา แพคเกจปกติขนาด 50 กรัมจะเป็นขวดพลาสติกสีขาว แต่ก็มีรุ่น Limited Edition ออกมาเป็นระยะๆ ทั้งขวดสีชมพู สีเขียว มีลายการ์ตูน กราฟฟิคน่ารักๆไว้ดึงดูดให้อยากซื้อมากขึ้น

ในด้านของราคา ก็ถือว่าค่อนข้างสูงถ้าเทียบปริมาณในขวดอันกระจิริด คาดว่าเนื่องด้วยอายุของผลิตภัณฑ์ที่มีแค่ 3 เดือน ขนาดนี้จึงน่าจะเหมาะสมอยู่แล้ว

Useful Link
ข้อมูลผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิต

2 กันยายน 2552

Fall 2009 Beauty Trends Report

ตามติดกระแสล่าสุดของเมคอัพจากดีไซน์เนอร์ชื่อดังบนรันเวย์ สำหรับปลายปีที่จะมาถึงนี้ แนวทางการเมคอัพเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ตามมาดูกันเลยค่ะ

ภาพจาก glam.com

ใบหน้าเปลือยเปล่า
แต่งให้ดูเหมือนกับไม่แต่ง หรือแต่งแนวโทนสีนู้ดคือคำตอบ เมคอัพสไตล์นี้จะทำให้เราได้โชว์ผิวสวยสุขภาพดีอย่างเต็มที่ แทนที่จะทารองพื้นทั่วหน้า เพียงแค่แต้มแต่งรองพื้นหรือคอนซีลเลอร์เพื่อปกปิดจุดด่างดำหรือรอยสิวเท่านั้นก็พอค่ะ นอกจากผิวจะได้หายใจแล้ว ยังไม่ต้องเสี่ยงกับสิวอุดตันอีกด้วย

ภาพจาก glam.com

คิ้วคมเข้ม
คิ้วเรียวเล็กตกยุคไปซะแล้วค่ะ คิ้วหนาคมเข้มกำลังมาแรง เทรนด์นี้สร้างคิ้วให้เป็นจุดสนใจที่สุดของใบหน้า ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องแต่งเติมส่วนอื่นๆให้มากนัก

ภาพจาก glam.com

อายแชโดว์สีฟ้า
กลิ่นอายแฟชั่นในยุค 80 จะปรากฎให้เห็นในฤดูกาลนี้ อย่างเช่น ดวงตาที่แต่งเติมด้วยอายแชโดว์สีฟ้า ซึ่งทำให้เด่นสะดุดตาบนใบหน้าที่เปลือยเปล่า ลุคนี้จะเหมาะมากๆกับการแต่งตัวด้วยชุดที่ออกแนวหรูๆหน่อยค่ะ

ภาพจาก glam.com 

กรีดตาแบบคลีโอพัตรา
วาดอายไลน์เนอร์สีดำเส้นหนาๆรอบกรอบดวงตา ปลายหางตาวาดให้เป็นมุมเหลี่ยมหางยาวๆหน่อย หากรู้สึกว่าดูแข็งๆไป ลองปัดอายแชโดว์สีเข้มให้ดูฟุ้งกระจายเฉพาะส่วนปลายหางตา

ภาพจาก glam.com

พวงแก้มสีหวานฉ่ำ
ปัดแก้มด้วยบลัชออนสีสดใส ให้ได้ลุคของสาวน้อยแสนหวาน ไม่ว่าจะปัดเพียงบางเบาหรือปัดจนเห็นสีของบลัชออนอย่างชัดเจนก็อินทั้งนั้นค่ะ

ภาพจาก glam.com 

ปากสีแดงสด
ลิปสติกสีแดงสดกลับมาโดดเด่นอีกครั้งหนึ่ง

ภาพจาก glam.com

Washed-out lips
ขัดแย้งกันอย่างสุดขั้ว จากปากสีแดงสดข้างบน มาเป็นปากสีซีดๆ ซึ่งเลือกใช้ได้ทั้งสีนู้ด หรือลิปที่เกือบจะไม่ได้เจือสี (ในบทความเค้าเรียกว่า washed-out)  อันนี้ต้องระวังนะคะ เพราะบางทีสีที่เลือกใช้อาจทำให้ปากซีดเซียว ดูป่วยแทนที่จะสวยค่ะ

ภาพจาก glam.com

หางม้า
น่าจะถูกใจสาวๆผมยาวที่ไม่มีเวลาจัดทรงในตอนเช้ามากนัก แค่เพิ่มไอเดียและลูกเล่นให้กับหางม้าอีกนิดหน่อย ก็สวยเก๋ไปได้ทั้งวันค่ะ

ข้อมูลและภาพประกอบ Glam

Related Posts with Thumbnails

จองสปาราคาพิเศษที่สุโขสปา

Join My Community at MyBloglog!